|
เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีการจัดการสัมนาระดับชาติเรื่องโรคเอดส์
ภายใต้หัวข้อ "เอดส์ป้องกันได้ เยาวชนไทยมีส่วนร่วม" โดยนายพินิจ
จารุสมบัติ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการสัมมนาว่า สถานการณ์โรคเอดส์ในเยาวชนขณะนี้มีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น
อันเป็นผลพวงมาจากสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมปัจจุบัน ที่ครอบครัวมีความผูกพันกันน้อยลง
วัยรุ่นมีค่านิยมดำเนินชีวิตตามกระแสแฟชั่นตะวันตก มีเสรีทางเพศ ขณะเดียวกันก็ขาดความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องเพศ
ขาดทักษะในการหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้วัยรุ่นไทยเริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
เฉลี่ยต่ำกว่า 17 ปี โดย 40% เคยมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนแบบฉาบฉวย และมีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยเพียง
25-30% เท่านั้น ทำให้วัยรุ่นไทยกำลังกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญของโรคเอดส์
โดยมีเยาวชนติดโรคเอดส์แล้วประมาณ 8 หมื่นคน
ศ.น.พ.สุชัย เจริญรัตนกุล รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ทั่วโลกขณะนี้มีผู้ติดเชื้อเอดส์ประมาณ
40 ล้านคน ส่วนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2527 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อเอดส์สะสมแล้วกว่า
1 ล้านคน ในจำนวนนี้ยังมีชีวิตอยู่กว่า 5 แสนคน มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ปีละ
2 หมื่นคน หรือประมาณวันละ 50 คน ในจำนวนนี้ประมาณ 30% เป็นกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน
และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น
จากนั้นมีการเสวนา "เยาวชนกับโลกอนาคต และความรับผิดชอบทางเพศ"
ดร.แคธรีน ซี. บอนด์ จากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ กล่าวว่าเยาวชนอายุระหว่าง
10-24 ปี เป็นทรัพยากรที่สำคัญ ช่วงอายุระหว่างนี้ก่อนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่มีโอกาสเจอความเสี่ยงมากมาย
บางคนออกจากโรงเรียน หนีออกจากบ้าน ดื่มสุรา พึ่งพายาเสพติด มีเพศสัมพันธ์
มีการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ทั้งนี้พบว่า 60% ของเยาวชนทั่วโลกติดเชื้อเอชไอวีเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง
2 เท่า ในเมืองไทยก็เช่นเดียวกัน มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง
2 เท่า แต่การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาจะมุ่งไปที่ตัวปัญหาเป็นสำคัญ ไม่ได้มุ่งในการสร้างทักษะชีวิต
ความสัมพันธ์ในครอบครัว โรงเรียน

ที่มา : นสพ.ข่าวสฃด
วันที่ 14 ก.ค.2548 หน้า 15
|