|
สำหรับคนหนุ่มใหญ่และสาวน้อยลงในยุคนี้
เมื่อถึงเวลาที่ใบหน้าไม่อาจคงความอ่อนโยนอ่อนเยาว์ได้ถาวรก็นิยมไปพึ่งพาการสวยด้วยแพทย์
โบท็อกซ์.เป็น
1 วิธีที่นิยมกันมาก เพราะให้ผลเร็วในเวลาเพียง 10 นาที แถมไม่ต้องเสียเลือดเนื้อขึ้นเขียงลงมีด
ปีที่ผ่านมาพบว่ามีคนอเมริกันฉีดโบท็อกซ์กว่า
2,837,346 คน !!
แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา
รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา กลับมีแพทย์คนหนึ่งได้ฉีดสารโบท็อกซ์ซึ่งว่ากันว่าไม่ใช่ของแท้เข้าไปให้กับตัวเองและญาติอีก
3 คน
ผลก็คือ ทั้ง 4
คน หมดสติ เป็นอัมพาต เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ความดันตก กระบังลมคลายตัว
กล้ามเนื้อทั้งหมดคลายตัว ต้องรักษาตัวอยู่ในห้องฉุกเฉินจนถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ฟื้นคืนชีพขึ้นมา
เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจาก
แพทย์หญิงวิไล ธนสารอักษร ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง โรงพยาบาลสมิติเวช
อธิบายว่า "เป็นเพราะแพทย์คนนั้นไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโบท็อกซ์
และใช้ยาโบท็อกซ์เถื่อนฉีดเข้าไปให้กับตัวเองและญาติเพราะมีราคาถูกกว่า
ที่สำคัญคือฉีดสารนี้ในปริมาณถึง 300 ยูนิต ทั้งที่จริงแล้วไม่ควรเกิน
100 ยูนิต"
อันนี้เป็นสิทธิของคนไข้...เวลาฉีดโบท็อกซ์ควรร้องขอแพทย์ดูว่าใช่โบท็อกซ์ของแท้หรือไม่
!
โบท็อกซ์ของจริงที่นิยมใช้กันคือ
"Botulinum Toxin ชนิดเอ เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่สกัดจากแบคทีเรียคลอสทริเดียมโบทูลินุม
(Clostridium Botulinum) เมื่อครั้งแรกได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยาใช้รักษาอาการตาเขและหนังตากระตุกในคนไข้ที่เกิดปัญหากล้ามเนื้อตาเสื่อม
ตั้งแต่ปี 2532 ต่อมาในปี 2543 ได้รับอนุมัติให้รักษาอาการปวดคอหรือศีรษะบิดเกร็ง
ผลจากการรักษาอาการคอกระตุกตากระตุกของผู้ป่วยทำให้ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณรอบคอ
หนังตา หายไปด้วย นี่จึงเป็นที่มาของการนิยมใช้สารโบท็อกซ์รักษาความสวยงาม
และหากคนไข้ต้องการประหยัดเงิน
หมอวิไลแนะนำว่า "ยาโบท็อกซ์ 1 ขวดค่าใช้จ่ายราว 15,000-20,000
บาท เมื่อเปิดใช้แล้วควรใช้ให้หมดใน 1 วัน เพราะฉะนั้นคนไข้สามารถรวบรวมสมัครพรรคพวกมาช่วยกันใช้ช่วยกันฉีดได้
จะได้ไม่สิ้นเปลืองเงินทองมาก"
หลังฉีดไปแล้วมีคนไข้บ่นอุบว่า
เหมือนคนด้านชา ใบหน้าไม่สามารถแสดงความรู้สึกหรืออารมณ์ใดๆ ได้ !
แพทย์หญิงนันทภัทร์
สุภาพรรณชาติ ผู้ก่อตั้ง Apex Skin Centre แนะให้หายข้องใจว่า "ปกติแพทย์จะฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในชั้นหนังแท้
เฉพาะบริเวณที่คนไข้ต้องการ แต่หลังฉีดไปแล้วคนไข้ต้องขยันใช้กล้ามเนื้อใน
2-3 ชั่วโมงแรก เช่น ยิ้ม ขมวดคิ้ว เลิกคิ้ว จะทำให้โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น"
นอกจากนี้ ไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้า
อบเซาน่า อบไอน้ำ ทำให้ความร้อนสัมผัสผิวโดยตรง และโบท็อกซ์ก็จะสลายเร็วกว่าที่ควร
และควรหลีกหนีการนวดหน้า ขยี้คลึงบริเวณที่ฉีด เพราะจะทำให้โบท็อกซ์ไหลกระจายไปนอกบริเวณที่ต้องการได้
ซึ่งฉีด 1 ครั้งจะสดสวยอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน
ขณะเดียวกันสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร
คนที่มีปัญหาเรื่องปวดข้อ หรือกำลังทานวิตามินอี ทานแปะก๊วยอยู่นี่ห้ามทำโบท็อกซ์
เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากหล่ออยากสวย
ต้องคิดคำนวณให้รอบคอบ หากเกิดอะไรขึ้นจะหาว่า...หล่อ...ไม่เตือน
ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 13 ก.ค. 2548 หน้า 46
|