เคล็ดลับในการแก้ปัญหาชีวิต
โดย... ระพี สาคริก
12 มีนาคม 2547


 

            ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ในสังคมไทย กำลังประสพกับแรงกดดันในใจตนเองหนักมากยิ่งขึ้น
หากมองจากรากฐานจิตใจที่อิสระถึงระดับหนึ่ง ย่อมพบความจริงได้ว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมมีทั้งในครอบครัว ในระหว่างเพื่อนฝูง และในระหว่างผู้ซึ่งทำงานร่วมกันทุกรูปลักษณะ


            หลายคนมักกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชีวิตตนเองมีแนวโน้มที่แก้ไขได้ยาก บางคนอาจพบทางตันทำให้ต้องแยกตัวออกไปอยู่ในกลุ่มอื่น แต่ก็หนีไม่พ้นที่จะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง เพียงแต่อาจเกิดขึ้นจากความหลากหลายของเหตุและผลภายในภาพรวมของแต่ละกลุ่ม

            เพราะเหตุว่าคนยุคนี้ส่วนใหญ่มีความคิดล้อมกรอบตัวเองอยู่ในรากฐานจิตใจ จึงเข้าใจว่าปัญหาครอบครัวเกิดขึ้นระหว่างพ่อแม่กับลูก ทำให้มองเห็นปัญหาแล้วรู้สึกว่า คนในครอบครัวตัวเองเท่านั้นเป็นมีปัญหา แทนที่จะมองเชื่อมโยงไปถึงกระแสซึ่งเป็นผลกระทบจากสังคมภายนอกอันถือเป็นพื้นฐาน

            หากคนในครอบครัวมีรากฐานความรู้สึกดังกล่าว ย่อมเกิดสภาพที่หลงโทษกันเองด้านเดียว เพราะขาดความเข้าใจได้ถึงความจริงในสังคม จึงมีโอกาสแตกแยกได้ง่าย บางรายสามีหนีไปมีภรรยาใหม่ บางรายภรรยาคิดนอกใจสามี บางรายพ่อแม่ถูกลูกละทิ้ง เพราะการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างกัน อันเกิดจากความไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับความจริงและให้อภัยซึ่งกันและกัน

            สภาพทุกวันนี้ แม้ในหน่วยงานซึ่งมีการบริหารและจัดการ ไม่ว่าของรัฐหรือภาคภาคเอกชน รวมทั้งกลุ่มงานอาสาสมัครที่คิดว่าตนเองอิสระ แท้จริงแล้วรากฐานจิตใจของแต่ละคนซึมซับเอาอิทธิพลวัตถุเอาไว้ไม่มากก็น้อย ทำให้เกิดข้อจำกัดภายในจิตใจตนเอง จนกระทั่งส่งผลทำให้ร้าวฉานจนถึงแตกแยกกระจายออกไปอย่างทั่วถึงกันหมด

            หากจะกล่าวว่า ที่ไหนมีคนรวมกันเป็นกลุ่มที่นั่นมักมีความแตกแยกให้รู้สึกได้ หากบุคคลใดมีจิตใจอิสระสามารถมองปัญหาในแนวนอน หรืออีกนัยหนึ่งเห็นคนเป็นคนเหมือนตน โดยไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก รวมทั้งแบ่งฐานะความเป็นอยู่ ย่อมพบได้ทุกเรื่อง

            เหตุอันเนื่องมาจากอิทธิพลเงินและวัตถุ ซึ่งทำให้คนมองตามแนวนอนได้ยาก อย่างที่มีการกล่าวกันว่า มองจากหอคอยงาช้าง ภายในกลุ่มคนซึ่งอยู่ใต้อิทธิพลจากรูปวัตถุรวมถึงการมีอำนาจสูงขึ้น หากรากฐานจิตใจไม่อาจรักษาอิสระภาพเอาไว้ให้มั่นคงอยู่ได้ ย่อมสะท้อนความจริงให้รู้ได้ว่า ขณะที่เจริญเติบโตขึ้นไปสู่ด้านสูงมักมีแนวโน้มลืมตัว คิดเอารัดเอาเปรียบคนอื่นทุกรูปแบบเท่าที่ตนจะมีโอกาสทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดคือ มีพฤติกรรมสร้างแรงกดดันและคิดเอารัดเอาเปรียบคนที่อยู่ภายใต้อำนาจตัวเองซึ่งเห็นว่าง่ายและสะดวกที่สุด

            ส่วนชนรุ่นหลังซึ่งยังก้าวขึ้นมาไม่ถึงระดับนี้ หากอยู่ในระดับล่าง ก็มีสองด้านอยู่ด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ ด้านหนึ่งยังมีความเป็นตัวของตัวเองซึ่งรักษาเอาไว้ได้อย่างมั่นคง ทำให้เกิดแรงกดดันหนักหน่วงมากขึ้น ส่วนอีกด้านหนึ่งซึ่งอ่อนแอกว่า ก็มักสะท้อนให้เห็นจิตใจที่ตกเป็นทาสยอมทำตามคนซึ่งอยู่ด้านบน จนทำให้เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกเล่นเส้นเล่นสายขึ้นภายในภาพรวม

            เมื่อมีการพูดคุยกันในกลุ่มคนที่รู้สึกเป็นทุกข์เรื่องนี้ มักมีคำปรารภออกมาว่า การเลี่ยนแปลงของสังคมทำให้ยุคนี้ปฏิบัติอย่างแต่ก่อนไม่ได้แล้ว ซึ่งคนคิดแบบนี้ย่อมเกิดความทุกข์หนัก ทำให้สิ้นหวังจนกระทั่งรู้สึกท้อแท้แทบไม่อยากทำอะไรเพื่อหวังพัฒนางานที่ตนรับผิดชอบ แม้การคิดพัฒนารากฐานจิตใจตนเองให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

            คนที่คิดแคบหรือคิดแบบล้อมกรอบตัวเอง หลังจากเกิดปัญหาขึ้นในกลุ่มงานซึ่งตนทำอยู่มักคิดลาออกไปหางานใหม่ บางคนได้งานใหม่แล้วรู้สึกว่าดีกว่าเก่า แต่หารู้ไม่ว่าแม้ระดับแรงกดดันของแต่ละกลุ่มก็ไม่เท่ากัน และโดยธรรมชาติของมนุษย์ย่อมมุ่งไปหาสิ่งซึ่งตนคิดว่ามีปัญหาน้อยกว่า แต่กาลเวลาย่อมเปิดโอกาสให้กับอีกด้านหนึ่งด้วย วันหนึ่งปัญหาในกลุ่มงานใหม่ก็ติดตามมาแบบเดียวกัน เพียงแต่อาจต่างรูปแบบกันและเร็วช้ากว่ากันเท่านั้น

            คนที่คิดว่าในอดีตสภาพสังคมเอื้ออำนวยมากกว่า มาถึงสมัยนี้ทำไม่ได้แล้ว หากหยั่งรู้ความจริงจากธรรมชาติของศาสตร์สาขาต่างๆ เช่นในวิชาสถิติซึ่งนำความจริงจากธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตมาสมมติขึ้นเป็นทฤษฎี ก็ได้ชี้ไว้ว่าในธรรมชาติไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คนเรียนศาสตร์สาขาต่างๆ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเพียงสิ่งสมมติ ในสภาพสังคมปัจจุบันทำให้คนส่วนใหญ่ไม่อาจมองทะลุจนกระทั่งย้อนกลับไปหาความจริงซึ่งอยู่ในความลุ่มลึกได้ จึงไม่อาจใช้ศาสตร์สาขาที่เรียนมาให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและเพื่อนมนุษย์ อันนับได้ว่า เป็นรูรั่วทางเศรษฐกิจและสังคม อันเกิดจากการสูญเสียภายในกระแสการจัดการศึกษาเพิ่มมากยิ่งขึ้นทุกวัน

            การที่คิดว่าสมัยนี้ทำไม่ได้ เพราะสังคมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แท้จริงแล้วก็ยังมีคนทำได้แม้เหลือไม่มากนัก หากความคิดเช่นนั้นเกิดจากตนไม่ยอมทำเพราะรากฐานจิตใจตกอยู่ในสภาพปิดตัวเองมากกว่า จึงนำมาใช้เป็นข้ออ้าง

            หากรู้ความจริงจากธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้งถึงรากเหง้า ย่อมมีรากฐานจิตใจที่อิสระทำให้เปิดกว้าง ซึ่งสภาพอย่างนี้แม้จะเกิดปัญหาหนักมากแค่ไหนย่อมไม่พบทางตัน เพราะมีอิสระและมีความเข้มแข็งอยู่ในรากฐานจิตใจตนเองที่สามารถหยั่งรู้ได้ถึงเหตุแห่งปัญหาว่า ปัญหาจริงๆ ของทุกเรื่องอยู่ในใจตนเองโดยแท้

            หลังจากพิจารณานำวิเคราะห์จากจุดเริ่มต้นมาจนถึงบัดนี้ คงพอสรุปได้ว่า เรื่องเคล็ดลับของการแก้ปัญหาชีวิต คงเป็นความลับที่ไม่เร้นลับก็ไม่น่าจะผิด

            หรืออีกนัยหนึ่งอาจกล่าวว่าเป็นปัญหาเส้นผมบังภูเขา ซึ่งจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย สุดแล้วแต่เหตุซึ่งอยู่ในรากฐานจิตใจแต่ละคน เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักเห็นแก่ตัวทำให้มองออกจากตัวเองด้านเดียว จึงเห็นเป็นเรื่องใหญ่ซึ่งแก้ได้ยาก

            หากรากฐานจิตใจอิสระทำให้สามารถมองย้อนกลับมาหาความจริงจากใจตนเองได้ ย่อมช่วยให้แลเห็นแสงสว่างส่องทางชีวิตได้ไม่ยาก ซึ่งแท้จริงแล้วความยากง่ายไม่มีในโลก ทุกสิ่งที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ได้ย่อมอยู่ที่ใจตนเองโดยแท้

            ผู้เขียนอดนึกถึงคำพูดซึ่งคนยุคก่อนเคยกล่าวฝากไว้ว่า ขึ้นขี่หลังเสือนั้นง่าย แต่ลงจากหลังเสือนั้นสิยากยิ่ง ถ้าจะอธิบายเรื่องนี้ต่อไปคงกล่าวได้ว่าเสือตัวร้ายที่สุดมันมีอยู่ตัวเดียวเท่านั้น และเข้าไปอาศัยอยู่ในรากฐานจิตใจเราทุกคนซึ่งเป็นปุถุชน ไม่ว่าใครมีมากมีน้อยย่อมต้องดำเนินชีวิตต่อไปด้วยความสนใจศึกษาจากปัญหาซึ่งอยู่ในใจตนเองเพื่อค้นหาความจริงโดยไม่ประมาท

            คนมีนิสัยใจร้อน ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วคิดที่จะมุ่งก้าวไปข้างหน้ามากกว่าการหวนกลับมาทบทวนที่ใจตนเอง หรืออีกนัยหนึ่งเป็นคนขาดสติ ไม่ว่ามากหรือน้อยย่อมมีแนวโน้มยากที่จะแก้ปัญหาชีวิตตัวเองให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จึงทำให้วิถีชีวิตเกิดภาวะวกวนอาทิเช่น มีการตัดสินใจเปลี่ยนงานใหม่ แม้ในครอบครัวซึ่งมีบุคคลลักษณะนี้เป็นผู้นำย่อมมีความเปราะบางทำให้แตกแยกได้ง่าย

            สภาพดังกล่าวหากเกิดขึ้นภายในหน่วยงานซึ่งมีการบริหารและจัดการ ถ้าผู้นำเป็นคนมีนิสัยใจร้อนย่อมทำให้อยู่กันไม่เป็นสุข นอกจากนั้นการเจริญก้าวหน้าของผลงานก็จะลดน้อยลง ก่อให้เกิดภาวะสุญเสียอย่างแก้ไขได้ยาก ซึ่งสภาพดังกล่าวในขณะนี้พบเห็นกันได้ทั่วไป อีกทั้งนับวันจะมีการกระจายความรุนแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้น

            หากสามารถหวนกลับมามองสู่อีกด้านหนึ่ง น่าจะเห็นความจริงได้ว่า เพราะแรงกดดันซึ่งนับวันรุนแรงยิ่งชึ้นนั้นเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่มีความอดทนสูง โดยมีรากฐานจิตใจเข้มแข็งจะรู้สึกท้าทายในการต่อสู้กับใจตนอง เพื่อยกระดับคุณภาพจิตใจให้สูงยิ่งขึ้น

            แต่ละคนจึงควรเข้าใจว่าสิ่งต่างๆ ซึ่งอยู่รอบตัวเราในระหว่างการดำเนินชีวิตไม่ว่าเรื่องใดซึ่งตนมีโอกาสพบได้สัมผัสได้ มิควรแบ่งแยกว่าเรื่องนั้นควรสนใจเรื่องนี้ไม่ควรสนใจ หรือหากมีโอกาสสัมผัสสภาพคนซึ่งแตกต่างกันอย่างหลากหลายย่อมไม่ควรรู้สึกหลงใหลในสภาพหนึ่งและรังเกียจอีกสภาพหนึ่ง

            แท้จริงแล้วมุมที่ตนรังเกียจนั่นแหละ หากมีโอกาสสัมผัสย่อมเป็นครูอันประเสริฐ ที่จะสอนให้เรารู้จักเอาชนะใจตนเองได้ดีที่สุด ส่วนคนที่เราชื่นชมหรือผู้ที่แสดงการยกย่องสรรเสริญ เราควรรู้จักเอาชนะใจตนเองในอีกด้านหนึ่ง ซึ่งหมายถึงรู้จักข่มใจตนเอง ทำให้ไม่ตกเป็นเหยื่อสิ่งเหล่านี้ จึงจะถือได้ว่าเป็นบุคคลผู้ใฝ่รู้ความจริงได้รอบด้าน

หมายเหตุ.-คณะผู้จัดทำพิจารณาเห็นว่ามีประโยชน์ จึงได้คัดนำมาเสนอให้ทุกท่านได้ศึกษาและได้รับประโยชน์ตามกำลังสติปัญญา

กลับไปหน้า Web วัดท่าไทร
ไป Web สำนักงานเจ้าคณะภาค ๑๖

ไป Web ศูนย์พัฒนาคุณธรรมภาคใต้
ไป Web วิทยุชุมชนตำบลท่าทองใหม่
ไป Web ชมรมวีอาร์ร้อยเกาะสุราษฎร์ธานี