|
ถ้าง่วง-ถ้าเมาแล้วยังขืนขับรถ
สิ่งที่ตามมา คือ สถิติอุบัติเหตุซึ่งล่าสุดพุ่งไม่หยุดที่ตัวเลขผู้เสียชีวิต
1.3-1.4 หมื่นคนต่อปี เทียบกับฮ่องกงประชากร 6 ล้านคน แต่ตัวเลขเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพียง
2 วันต่อคน หรือแค่ 180 คนต่อปี บัญญัติไตรยางศ์แล้ว ถ้ามีประชากรเท่าไทย
60 ล้านคน ฮ่องกงจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์ต่อปีแค่ 1,800
คนเท่านั้น
ไทยมียอดการเสียชีวิตบนท้องถนนสูงเป็น
5 เท่าของที่ควรจะเป็น สะท้อนว่าเรายังไม่ได้ทำอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก
นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ประธานทุน ง่วงอย่าขับ มูลนิธิรามาธิบดีในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าว
อะไรบางอย่างที่สำคัญมากนั้น
คือ ระบบตรวจสอบ การตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงจะทำให้การป้องกันอุบัติเหตุมีประสิทธิภาพตรงจุด
อุบัติเหตุบนท้องถนนต่อปี 1 แสนครั้งที่เกิดขึ้น มี 1.3 -1.4 หมื่นครั้งที่ทำให้ถึงตาย
ไม่มีใคร รู้ อย่างแท้จริงว่า เกิดอะไรขึ้นภายในรถยนต์ 1.3 -1.4
หมื่นคันนั้น อะไรที่เป็นสาเหตุการตายที่แท้จริง
นพ.มนูญ
กล่าวอีกว่า ความไม่รู้จริงในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทำให้ตัวเลขความตายบนท้องถนนของคนไทยยังสูงมาก
ทุกวันนี้มีแต่ข้อมูลเชิงสันนิษฐาน เช่น ตายเพราะรถพลิกคว่ำ แต่อะไรเล่าที่ทำให้รถพลิกคว่ำ
เรา-คนที่ยังไม่ตายอย่าพอใจในคำตอบที่ตื้นเขินแบบนี้ แต่ต้องสืบค้นหาสาเหตุที่แท้จริงให้ได้
เพราะไม่เช่นนั้นก็เราเองที่มีสิทธิ (ตาย) เป็นรายถัดไป
น่าเสียดายตายเพราะง่วง
การรณรงค์หลายปีที่ผ่านมา
ให้น้ำหนักกับน้ำเมา อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลักของสาเหตุ คือ ความง่วง
โดยความเมาทำให้ง่วง และความง่วงทำให้เกิดอุบัติเหตุ
สาเหตุความง่วงมี
4 ข้อที่คนขับรถต้องจำให้ได้
1.
อดนอน นอนไม่พอ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
2.
ยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยาแก้หวัด แก้ภูมิแพ้
3.
แอลกอฮอล์
4.
โรคประจำตัวที่นอนเท่าไรก็ง่วง เช่น โรคนอนกรน หยุดหายใจขณะหลับ แม้นอนมากแต่ก็ไม่อิ่ม
ซึ่งจะง่วงตลอดเวลา
หลับในไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม
ไม่ได้เกิดขึ้นทันที จะมีอาการง่วงเป็นสัญญาณเตือนมาก่อนเสมอ ถ้าคนขับเพิกเฉยไม่สนใจทนฝืนขับต่อไป
ความง่วงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดการหลับใน ไม่มีเครื่องมืออะไรจะตรวจวัดความง่วงได้ดีเท่ากับความรู้สึกของตนเอง
คนขับต้องหมั่นถามตัวเองว่าง่วงหรือยังเป็นระยะๆ
นพ.มนูญ กล่าว
10 วิธีจัดการกับความง่วง
1.
ถ้าง่วงนอน ให้นอน จอดพักเพื่องีบสัก 15-20 นาทีก็พอ อย่านานกว่านี้เพราะสมองจะมึน
ไม่สดชื่น
2.
ดื่มกาแฟ เทคนิคคือให้ดื่มก่อนที่จะงีบ เนื่องจากกาแฟไม่ได้ออกฤทธิ์ทันที
แต่จะออกฤทธิ์ให้หลังเมื่อ 10-15 นาทีไปแล้ว วิธีนี้เราจะตื่นพอดี
และสดชื่นทันก่อนออกรถอีกครั้ง
3.
ร้องเพลง อย่าฟังเฉยๆ ให้ร้องตามไปด้วย เมื่อปากขยับแล้ว จะไม่ง่วง
4.
เคี้ยวหมากฝรั่ง หรือของขบเคี้ยวอื่น วิธีนี้ก็ช่วยให้ปากขยับ ส่งสัญญาณไปไล่ความง่วง
5.
จอดพักบ่อยๆ ยืดแข้งยืดขา ล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น ดีเจปราบผีอย่างป๋อง
กพล ทองพลับ ไปพิสูจน์บ้านผีบางทีดึกดื่น ใช้วิธีเอาผ้าขนหนูผืนเล็กๆ
ชุบน้ำบิดให้หมาดแล้วฟาดแรงๆ ไปตามลำตัว ปลุกประสาทตื่นดีชะมัด
6.
อย่าขับยาว บางคนขับข้ามจังหวัดทีละหลายชั่วโมง ร่างกายล้าและจะหลับในไม่รู้ตัว
7.
หลีกเลี่ยงการขับรถช่วง 24.00 07.00 น. และ 14.00 - 16.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงที่นาฬิกาในร่างกายส่งสัญญาณให้พักผ่อน
อุบัติเหตุถึงตายส่วนใหญ่เกิดขึ้นใน 2 ช่วงดังกล่าว
8.
งดกินยาที่ทำให้ง่วง
9.
งดดื่มแอลกอฮอล์คืนก่อนเดินทาง
10.
ถ้าสงสัยว่ามีโรคประจำตัวที่ทำให้ง่วง ปรึกษาแพทย์
ล่าสุดทนง่วงอย่าขับร่วมกับไทยสมุทรประกันชีวิต
และกองบังคับการตำรวจทางหลวง จัดโครงการ ง่วงอย่าขับ 76 จังหวัดทั่วไทย
ใครขับรถกลับบ้านช่วงปีใหม่ เห็นป้ายง่วงไม่ขับอยู่ริมทางหลวง อย่าลืมถามตัวเองว่า
ง่วงอยู่หรือเปล่า
ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
บทความที่เกี่ยวข้อง.-
ผวาภัยปีใหม่ เจ็บ ตายบนถนนอันตรายระนาว
ให้น้ำใจแทนน้ำเมา
ลดอุบัติเหตุปีใหม่
มีสติ
เมาไม่ขับ ช่วยชีวิตให้ยืนยาว
่
|