|
ขึ้นปีใหม่ปีหนู(ชวด)ที่บางคนถึงกับเอ่ยปากว่าเป็นหนูไฟ
ช่วงปีเก่าตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2550 มาจนถึงวันนี้ 3 มกราคม 2551
คนไทยจำนวนมากเดินทางโดยการใช้รถใช้ถนนกันเป็นจำนวนมาก ไปเฉลิมฉลองเทศกาลเป็นการพักผ่อน
ไปกราบพ่อ แม่ ปู่ย่า ตายาย ผู้มีพระคุณ นำของขวัญปีใหม่ไปให้ รวมทั้งไปขอพรเพื่อให้เจริญงอกงามในหน้าที่การงาน
กระทั่งทรัพย์สินเงินทอง รวมถึงถือโอกาสไปไหว้พระ ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หาความเป็นสิริมงคลซะด้วยเช่นกัน
เทศการปีใหม่ทุกปี
สิ่งที่ห่วงกังวลและป้องกันกันสุดเหวี่ยง คือ การเกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนน
รวมผลกระทบไปถึงคน สัตว์ สิ่งของ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็อาจพลอยซวยไปกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก็มี
วันนี้ตรงกับวันที่
3 มกราคม 2551 ทางการคงกำลังนับสถิติอุบัติเหตุ เจ็บ ตาย ค่าเสียหายโดยรวมว่าจะมากหรือน้อยกว่าปีก่อนแต่ไหนเพียงใด
เป็นไปตามความพยายามของทุกภาคส่วนที่ช่วยกันป้องกันมิให้เกิดความเสียหาย
อย่าว่าแต่ถึงเสียชีวิตเลย แม้แต่ขีดข่วนก็ไม่ประสงค์ให้เกิดจึงย้ำประชาชนทุกคนที่ออกมาใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลนี้ว่า
"อย่าประมาท"
จึงอยากจะนำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ย้ำเตือนของสำนักงานสสส.
ที่ออกผ่านสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ คือประโยคที่ว่า
"ตั้งสติก่อนสตาร์ท เมาไม่ขับ" ซึ่งโดยสรุปก็คือ ต้องไม่ประมาท
สสส. ดำเนินการดังกล่าวต่อเนื่องมายาวนาน ไม่ได้เน้นเฉพาะช่วงเทศกาล
เพราะในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครประสงค์ให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต
และทรัพย์อันเกิดจากความประมาท
ในช่วงเทศกาลอย่างส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่วันนี้ฉลองกันยังไม่จบสิ้น
สิ่งที่นำไปสู่ความประมาท คือ น้ำเมา หรือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดทุกประเภท
ไม่ว่าดีกรีน้อย ดีกรีมาก ถึงจะดีกรีน้อย แต่เมื่อดื่มเยอะๆ ก็นำไปสู่การทำลายสติสัมปชัญญะได้
เมื่อขาดสติ ควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ความประมาทก็เข้าครอบงำ เมื่อขาดสติ
เพราะเมาถ้าขับรถย่อมพารถไปสู่อุบัติเหตุ ถ้าเดินถนนย่อมพาตัวเองไปสู่อุบัติเหตุ
อุบัติเหตุดังกล่าวถึงที่สุดก็คือเสียชีวิตทั้งคนขับผู้โดยสาร
ทั้งฝ่ายชนและฝ่ายถูกชนรวมไปถึงคนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในรถอาจพลอยฟ้าพลอยฝนเพราะคนเมาเพียงคนเดียว
ตามมาด้วยความเสียหายของทรัพย์สินการเสียเงินเสียทอง
เสียงบประมาณจากภาครัฐนั่นก็คือ ภาษีอากรของพี่น้องไทยที่ร่วมมือร่วมใจกันตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
ภาษีที่เข้าสู่งบประมาณแทนที่จะได้นำมาทำประโยชน์ด้านอื่น สร้างความเจริญงอกงามให้ชาติบ้านเมือง
ก็กลับต้องนำมาดูแลคนเมาไม่กี่คนที่ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้คนอื่นให้สังคม
ก่อนจะออกจากบ้านไม่ว่าจะไปเพื่อเฉลิมฉลอง
ไปทำบุญ ไปกราบไหว้บุพการี ในช่วงเทศกาลอันเป็นมงคล ก็ชวนให้คิดถึงคำเตือนที่ประชาสัมพันธ์โดยสสส.
เพราะนั่นเป็นคำเตือนด้วยความหวังดี บริสุทธิ์และมิใช่จะมาสร้างภาพกันแค่ในช่วงเทศกาล
สสส. ได้แสดงความหวังดีมายาวนานนับเดือนนับปี
ความหวังดีของ
สสส. มิใช่เพียงมุ่งหวังให้เกิดความสุขสวัสดีแก่ตัวคนแต่ละคนแต่ละครอบครัว
แต่ถ้าทุกคน ทุกครอบครัว ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และไม่สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นทั้งต่อตัวเองและคนอื่นรวมไปถึงทรัพย์สิน
สิ่งของ เช่น ก่อนจะสตาร์ทรถ ก่อนก้าวเดิน เช่น ข้ามถนน ตั้งสติตรวจตราเสียก่อน
เมื่อมีการดื่มน้ำเมาเข้าไปต้องยืนยันแก่ตัวเองไว้ก่อนว่าเมา และจะประมาทได้ก็อย่าขับรถหรือเมาแล้วไม่ขับ
ทำได้อย่างนี้โอกาสจะเกิดความเสียหายทั้งแก่ชีวิตและทรัพย์สินก็น้อยมากและด้วยความระมัดระวัง
ตั้งสติไม่ประมาทนี้แหละจะพาความสุข สงบ เรียบร้อย เกิดแก่สังคม ประเทศชาติ
โดยรวมด้วย
เทศกาลปีใหม่จริงๆ
แล้วก็ต้องให้ศีลให้พรด้วยถ้อยคำที่เป็นสิริมงคล แต่ถ้าคิดให้ดี องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระราชทานคำว่า "ไม่ประมาท" ถือเป็นพรอันประเสริฐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำหลักธรรมดังกล่าวพระราชทานย้ำอีกต่อหนึ่ง
และขอให้ประชาชนสามัคคีกันไม่ประมาท ก็ยิ่งเป็นพรอันประเสริฐ ที่นำคำประชาสัมพันธ์ของสสส.
คือ มีสติก่อนสตาร์ท เมาไม่ขับ ก็คือการน้อมนำคำว่าไม่ประมาทมาย้ำเตือนกัน
ถือว่านี่คือพรปีใหม่ตลอดทั้งปี
2551 ก็แล้วกัน คือ ขอให้ทุกคน "ไม่ประมาท" แล้วความสุขจะมาเยือนทุกคนโดยไม่ต้องสงสัย
ข้อมูลจาก : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
่
|