ห้องน้ำสาธารณะ
เป็นที่ที่อาจจะมีเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสปนเปื้อนอยู่ได้ เพราะเป็นที่ขับถ่ายสิ่งปฏิกูลลงไป
ซึ่งไม่แน่ว่าคนที่ใช้บริการก่อนเราอาจมีเชื้อโรคอยู่ก็เป็นได้
น.พ.เชิดพงษ์
ชินวุฒิ สูติ-นรีแพทย์ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช สาทร-คอนแวนต์ เผยว่า
เชื้อโรคที่มักพบในห้องน้ำสาธารณะแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ เชื้อในกลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
เช่น เชื้อหนองใน เชื้อเริม และเชื้อที่ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร
เช่น เชื้ออุจจาระร่วง เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด เอ เป็นต้น
เชื้อพวกนี้อาจแฝงอยู่ตามจุดต่างๆ
ของห้องน้ำ เช่น ชักโครก อ่างล้างมือ หรือแม้กระทั่งลูกบิดประตูแต่
โอกาสที่เราจะติดเชื้อพวกนี้จนทำให้เกิดโรคหรือเป็นอันตรายนั้นน้อยมาก
หรือแทบเป็นไปไม่ได้เลย ด้วยเหตุผลที่ว่า
1.เชื้อพวกนี้จะสามารถก่อให้เกิดโรคได้
ต้องมีปริมาณที่มากพอ เราอาจไปสัมผัสกับเชื้อพวกนี้ก็จริง แต่ปริมาณไม่มาก
จึงไม่เกิดอันตรายใดๆ
2.เชื้อพวกนี้มักจะเจริญเติบโตได้ดีในร่างกายคนเรา
แต่เมื่อออกมาสัมผัสกับแสง และอุณหภูมิภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป เชื้อมักจะมีชีวิตอยู่ไม่นานพอที่จะติดต่อไปสู่คนอื่น
3.เชื้อพวกนี้จะก่อให้เกิดโรคได้
ต้องมีหนทางที่จะผ่านเข้าไปในร่างกายของคนเรา เช่น ผ่านเข้าทางผิวหนังที่มีแผล
หรือรับเข้าทางปาก การที่เราไปสัมผัสและเชื้อนั้นติดอยู่กับผิวหนังเฉยๆ
จะไม่ทำให้เกิดโรค เพราะผิวหนังเป็นปราการด่านแรกที่ป้องกันการติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้เป็นอย่างดี
4.หากได้รับเชื้อเข้าไปจริง
ร่างกายของเรามีระบบภูมิคุ้มกันที่คอยจัดการเจ้าเชื้อโรคแปลกปลอมนี้อยู่แล้ว
น.พ.เชิดพงษ์
แนะนำวิธีปฏิบัติตัวแบบง่ายๆ เพื่อป้องกันการรับเชื้อโรคจากการเข้าห้องน้ำสาธารณะไว้ว่า
ใช้เวลากับการทำกิจธุระในห้องน้ำสาธารณะให้สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ถ้าจำเป็นต้องใช้ชักโครก เลือกที่ดูสะอาด ทำความสะอาดที่รองนั่งด้วยกระดาษทิชชูสักหน่อย
แล้วจึงใช้งาน ไม่ต้องถึงกับใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ
ที่สำคัญเมื่อเสร็จกิจธุระแล้วต้องล้างมือทุกครั้ง
เพื่อไม่ให้มีเชื้อโรคติดมากับมือของเรา